แนะนำให้รู้จักมักจี่กับการศึกษาติว ged เหนือชั้นกว่า!

Sunday, May 14th, 2017

 

ภายหลังที่เราได้เสนอแนะให้รู้จักมักคุ้นกับ GED ภายในบทบาทที่เข้ามาพัวพันเกี่ยวกับการเข้าศึกษาต่อในระดับสถาบันอุดมศึกษากันแล้ว เรามาดูว่า เรียน GED นั้นมีรายละเอียดเช่นใด

ขึ้นต้นคงจะเลี่ยงไม่พ้นที่ว่า ged มันหมายถึงอะไร จริงๆแล้ว  gedเท่ากับ General Educational Development หมายถึงการสอบที่เท่ากันกับวุฒิการเล่าเรียนระดับม. ปลายในเมืองไทย ตามหลักสูตรการเรียนรู้ของสหรัฐอเมริกา เป็นที่รับรองในการเรียนต่อระดับปริญญาตรีภาคภาษาอังกฤษ ไม่ก็ที่เรารู้จักมักคุ้นกันแบบอื่น อย่าง High School Diploma, Equivalent M.6, Accredited ฯลฯ

หลังจากนั้นทำยังไงถึงจะติวged ได้เช่นนั้นหรอ จริงๆอาจจะสอบผ่านตั้งแต่อายุ 16 ปีเลย ภายในการสอบจะให้ประลองทั้งหมด 5 ความรู้ด้วยกัน โดยแต่ละความรู้จะมีแต้มเต็ม 800 คะแนน ผู้สอบจำต้องสอบให้ได้อย่างน้อยนิด 410 แต้มขึ้นไป/ความรู้พร้อมกับได้คะแนนรวม 5 ความรู้ตั้งแต่ 2,000 แต้มขึ้นจึงจะถือว่าสอบได้ตามหลักเกณฑ์ของหลักสูตร GED ซึ่งความรู้ส่วนใหญ่ที่โดนสอบนั้นจะเป็นวัตถุวิสัยซะยิ่งกว่า เว้นแต่ว่าการจดเรียงความพวกนี้เน้นจดไปเลยละ คณิตศาสตร์อีกอาจจะมีให้ตอบคำถามด้วยเลขจำนวนห้วนๆตามคำตอบเลย

หากว่าเราเรียบร้อยก็ก้าวเดินเข้าไปลงสมัครสอบก่อนลงสมัครจำต้องคิดดูให้แน่ๆเลยนะ ว่าฉันจะลองเชิงฉันจะก้าวไปในภายหน้า แล้วก็ทบทวนดูเลย สู้ ged ged ged ท่องจำไว้ในหัวเลย มันจะหมายถึงหนึ่งในกำลังใจที่ทำให้เราอาจจะผ่านการทดสอบได้เชียวละ มีความหวังให้ทำได้เปรียบกว่าปราศจากจุดมุ่งหมายให้ทำแล้วนั่งลงเงียบต่อเลยนะ ใจเราสู้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็โอเคแล้วละ อิอิ

 

ขั้นตอนในการสอบ cu-tep มีขั้นตอนอย่างไรบ้างนะ?

Friday, February 24th, 2017

เริ่มต้นกันก่อนสำหรับการสอบที่ขึ้นชื่อว่าหินๆๆๆเลยละ ยากสิไม่ง่ายนะจ้ะ! ถ้าง่ายคงจะฝันไปซะหน่อย 5555 อย่าเพิ่งเศร้านะ วันนี้จะมาบอกว่าจะต้องสอบอะไรบ้าง เริ่มเลยดีกว่า

มาอันที่ 1 cu-tep reading  ง่ายๆ คือ การอ่านแล้วตอบ! สำคัญว่าเรานั้นแปลได้มั้ย และเข้าใจกระบวนการการใช้หลักภษาหรือมั้ย? ภาษาอังกฤษไม่ใช่วันเดียวได้ แต่เราต้องฝึกอ่านท่องจำให้ขึ้นใจเลยละ มาๆๆ

  • ส่วนที่ 1 cloze testจะมีด้วยกันทั้งหมด 15 ข้อ ข้อสอบนั้นจะมี passage มาให้และให้เราเลือกเติมลงในช่องว่าง ซึ่งในตัวของข้อสอบนั้นจะมีทั้งวัดความรู้ทางด้าน คำศัพท์ cu-tep และ Grammar ในตัว ซึ่งจะใช้ทักษะด้านการเดาศัพท์ของ Context clue เป็นหลัก
  • ส่วนที่ 2 จะมีทั้งหมด 5 ข้อด้วยกันจะเป็นบทความขนาดสั้นจำนวน 1 บทความ ความยาวประมาณครึ่ง A4 เรื่องที่มักจะออกจะเป็นลักษณะการเขียนจดหมายทั่วไป หรืออาจจะเป็นบทความสั้นๆ ให้ทำ
  • ส่วนที่ 3 คือ บทความขนาดยาวประมาณ 4 บทความ ความยาวบทความละ 1 หน้า A4 โดยเนื้อหาจะออกเป็นพวกแนว วิทยาศาสตร์ สังคม ประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และในตัวคำถามที่มักจะเจอคือ ถามชื่อเรื่อง ถาม main idea หรือเป็นพวกการถาม detail ของเรื่องทั้งหมดเป็นหลัก

มาอันที่ 2 นะ cu-tep listening หรือว่าการฟังนั้นเอง น่าจะเป็น part ที่ใครๆต่างก็รอเพราะน่าจะง่ายไปอีกแบบมากกว่าการอ่านนะ

  • ส่วนที่ 1 จะเป็นการพูดคุยสนทนาระหว่างบุคคลในเหตุการณ์สั้นๆ คำถามส่วนใหญ่จะเป็นถามสำนวน การตีความจากเสียงของผู้พูดเป็นหลัก
  • ส่วนที่ 2 จะเป็นการสนทนาที่ยาวขึ้นกว่าเดิม มักจะถาม เกี่ยวกับเรื่องว่าใจความหลักที่ทั้งคู่คุยกันนั้นคืออะไร
  • ส่วนที่ 3 จะเป็นการบรรยายของอาจารย์ให้จด lecture เนื้อหาเชิง academic ไปเลย แต่จริงๆแล้ว โจทย์จะเอาความยาวของเรื่องมาทำให้เราเหนื่อยอ่าน แต่จริงๆจะถามแต่ใจความหลักของเรื่องมากกว่า