ระบบหัวพ่นหมอกในอาคารเพาะเห็ด

Thursday, April 20th, 2017

ในอดีตเห็ดที่ทานกันทั่วๆ ไปนั้น จะเป็นเห็ดที่มีขึ้นตามธรรมชาติเฉพาะตอนฤดูกาลอย่างเดียว  แต่ทว่าเมื่อมีคนนิยมทานกันเพิ่มมากขึ้น  จึงทำให้เกิดการก้าวหน้าเข้าสู่การเพาะชำเห็ดในเชิงธุรกิจ เห็ดที่เพาะในเชิงธุรกิจการค้ามีหลายประเภท  ดังเช่น เห็ดฟาง  เห็ดนางรม  เห็ดนางฟ้า  เห็ดยานางิ  เห็ดหูหนู   และเห็ดหอม เป็นต้น  เห็ดสกุลนางรมหรือเห็ดนางรมเป็นเห็ดที่เป็นที่นิยมของท้องตลาด พร้อมทั้งมีการเพาะกันทั่วๆ ไปเกือบจะทั่วประเทศ  เห็ดนางรมโตขึ้นได้ดีในภูมิอากาศที่มีอุณหภูมิระหว่าง 24 – 33 องศา กับความชื้นสัมพัทธ์ 70 – 80 เปอร์เซ็นต์

 

ข้อสำคัญสิ่งหนึ่งของการเพาะเห็ดในอาคารก็คือ สภาพอากาศและความชุ่มชื้น ซึ่งจะมีระบบหัวพ่นหมอกช่วยเฉลี่ยอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์กับด้านในอาคาร ในส่วนของอาคารก็พึงจะว่างระบบดังต่อไปนี้

  1. เปิดจั่วส่วนหน้าและส่วนหลังโรงเรือนเพื่อความร้อนใต้หลังคาถ่ายเทออกมา พร้อมด้วยมุงซาแรนใต้ไม้ค้ำเพื่อที่จะปกป้องรักษาความร้อนจากใต้หลังคากระจายลงมา พร้อมทั้งปกป้องความชุ่มชื้นออกจากอาคาร
  2. ด้านข้างของโรงเรือนมุง 3 ชั้นด้วยซาแรน 50% พลาสติกหนา 150 ไมครอนพร้อมด้วยซาแรน 50% อีกชั้นหนึ่งทำให้เก็บความชื้นในโรงเรือนได้ดีขึ้น
  3. ติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ระบบหัวพ่นหมอกในอาคาร สำหรับลดอุณหภูมิพร้อมด้วยความชุ่มชื้น

จะเห็นได้ว่าอาคารเพาะชำเห็ดจำเป็นจะต้องข้องเกี่ยวพร้อมอุณหภูมิ ความชื้น  ภูมิอากาศพร้อมด้วยความสว่าง ถึงอย่างไร   เห็ดแต่ละแบบมีความต้องการปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกัน โดยเฉพาะเห็ดหอมและเห็ดนางรมหรือเห็ดสกุลนางรมต้องการอุณหภูมิที่ต่างกันมาก เห็ดหอมต้องการอุณหภูมิต่ำพร้อมกับความชุ่มชื้นสูง เห็ดสกุลนางรมต้องการอุณหภูมิสูงมากกว่าเห็ดหอม  ส่วนเห็ดฟางชอบอุณหภูมิสูงแต่ในช่วงที่ออกดอกต้องการอุณหภูมิต่ำ